Monday, January 21, 2013

โพลล์ชี้ครูไทยเด่นตั้งใจสอนเด็ก-ด้อยเทคนิค

สวนดุสิตโพลระบุครู ไทยเด่น ด้านตั้งใจถ่ายทอดความรู้ให้กับเด็ก-ด้อยด้านเทคนิคในการสอนยังไม่สามารถดึง ดูดให้เด็กหันมาสนใจการเรียนมากขึ้น

          สวนดุสิตโพลล์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ได้จัดทำดัชนี “ความเชื่อมั่นครูไทย” ปี 2555 โดยสำรวจความคิดเห็นจากประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 8,452 คน ระหว่างวันที่ 25 ธ.ค. 55 - 7 ม.ค. 2556 โดยเน้นตัวชี้วัด 30 ประเด็นที่บ่งบอกถึงความเชื่อมั่นต่อครูไทยทั้งในด้านส่วนตัว ชุมชนและ การพัฒนาวิชาชีพตลอดจนการพัฒนาประเทศในรอบปี 2555 ที่ผ่านมาเพื่อเป็นประโยชน์ในการประพฤติปฏิบัติตนรวมทั้งมีการพัฒนาและส่ง เสริมครูไทยในแต่ละประเด็น ซึ่งแต่ละตัวชี้วัดจะมีคะแนน เต็ม 10 สรุปเรียงลำดับจากความเชื่อมั่นสูงสุดไปถึงต่ำสุด โดยมีใจความว่าครู เป็นผู้ที่สังคมไทยยกย่องว่าเป็นปูชนียบุคคลที่มีความสำคัญต่อสังคม แต่บทบาทของ “ครู” ที่ต้องผจญกับภาวะสังคมไทยที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทำให้ความเชื่อมั่น “ครูไทย” ในแต่ละปีเปลี่ยนแปลงไปด้วย เเละสรุปได้ดังนี้
1. ประชาชนให้คะแนน “ดัชนีครูไทย” ปี 2555 (ภาพรวมคะแนนเต็ม 10) ได้ 7.86 คะแนน 2. ประชาชนให้คะแนน 30 ตัวชี้วัด “ดัชนีครูไทย” โดยคะแนนเต็ม 10 เสรุปภาพรวมดัชนีค่าความเชื่อมั่นครูไทย ปี2555 7.86 ปี2554 7.85 ปี2553 7.83 ปี2552 7.44ปี2551 7.79ปี2550 7.68 3. “จุดเด่น” ของ “ครูไทย” ในปี 2555 อันดับ 1 ตั้งใจถ่ายทอดความรู้ให้กับเด็กอย่างเต็มที่ สอนให้เด็กรู้จักคิดเป็น26.84% อันดับ 2 มีความสนใจ ใฝ่เรียนรู้เรื่องใหม่ๆ สามารถนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการเรียนการสอน 21.61% อันดับ 3 มีความเสียสละ อดทน /มีภาระมาก ต้องทำงานหนัก 20.83%อันดับ 4 ให้ความรักความอบอุ่น เป็นที่ปรึกษาและให้คำแนะนำแก่เด็ก 16.54% อันดับ 5 โอบอ้อมอารี มีน้ำใจ มีเมตตา ไม่เอาเปรียบผู้อื่น 14.18%
4. “จุดด้อย” ของ “ครูไทย” ในปี 2555 อันดับ 1 วิธีการและเทคนิคในการสอนยังไม่สามารถดึงดูดให้เด็กหันมาสนใจการเรียนมาก ขึ้น 29.56% อันดับ 2 การควบคุมอารมณ์ การวางตัวหรือพูดคุยกับเด็กที่ไม่เหมาะสม26.13% อันดับ 3 เงินเดือน ค่าตอบแทนที่ได้รับยังไม่มากพอหรือเทียบเท่าอาชีพอื่น 15.00% อันดับ 4 นอกจากงานสอนแล้วยังมีภาระงานอื่นที่ต้องรับผิดชอบ ทำให้ไม่มีเวลาดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด 14.67% อันดับ 5 การเรียนรู้และการใช้เทคโนโลยีต่างๆ 14.64%
ข้อสังเกตจากการสำรวจครั้งนี้ ดัชนีชี้วัดปี2555 (คะเเนนเต็ม10)ประเด็นที่มีค่าคะแนนความเชื่อมั่นต่อครูไทย มากที่สุด 3 ประเด็น 1.บุคลิกภาพ การแต่งกายเหมาะสมกับอาชีพ 8.17 2.ความรู้ความสามารถในการสอน 8.12 3.การดูแลสุขภาพให้แข็งแรง 8.11 ประเด็นที่มีค่าคะแนนความเชื่อมั่นต่อครูไทย น้อยที่สุด 3 ประเด็น 1. การไม่เป็นหนี้เป็นสิน7.47 2. การแสดงออกทางอารมณ์ การควบคุมอารมณ์ 7.51 3 .มีทัศนคติที่ดีต่อนักเรียน เข้าใจนัก

Sunday, January 20, 2013

ตกเบิกเงินวิทยฐานะ

ดร.รังสรรค์ มณีเล็ก ที่ปรึกษาด้านพัฒนากระบวนการเรียนรู้ สพฐ. ได้เขียนจดหมายเปิดผนึกฉบับที่ 2/2556 (16/1/2556) เกี่ยวกับ เงินค่าวิทยฐานะและค่าตอบแทนรายเดือน สำหรับผู้ที่ได้รับคำสั่งแต่งตั้ง ตั้งแต่ 1 สิงหาคม – 30 กันยายน 2554 และ การขอเพิ่มอัตราค่าจ้าง สำหรับลูกจ้างชั่วคราว 65,172 อัตรา ว่า ขณะนี้ เรื่องที่รอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี รายละเอียดดังนี้ครับ
เรื่องที่รอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี

ขณะนี้มีเรื่องที่สำนักนโยบายและแผน สพฐ. ได้นำเสนอผ่านกระทรวงศึกษาธิการเพื่อขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี 3 เรื่องด้วยกัน เรียงตามลำดับก่อนหลัง ดังนี้ ครับ

1) การขอเพิ่มอัตราค่าจ้าง สำหรับลูกจ้างชั่วคราว 65,172 อัตรา ที่จ้างโดยใช้งบดำเนินงาน เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวฯ สิ่งที่เสนอไปนั้นมีสาระโดยสังเขปก็คือผู้ที่ได้รับค่าจ้างไม่ถึง 9,000 บาท ก็ขอให้เป็น 9,000 บาท ผู้ที่ได้รับค่าจ้างไม่ถึง 15,000 บาท ก็ขอให้เป็น 15,000 บาท เท่าที่ติดตาม ทราบว่า ขณะนี้ กรมบัญชีกลางได้รับมอบหมายให้รวบรวมอัตราจ้างทั้งประเทศว่ามีจำนวนเท่าไร เพื่อที่คณะรัฐมนตรีจะได้พิจารณาไปในคราวเดียวกัน มิให้เกิดความลักลั่น ถ้าต้องการทราบความก้าวหน้าในเรื่องนี้โดยตรง ก็สามารถติดต่อคุณรัชนี กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง โทรศัพท์ 021277000 ต่อ 4305 ได้ครับ

2) เงินค่าวิทยฐานะและค่าตอบแทนรายเดือน สำหรับผู้ที่ได้รับคำสั่งแต่งตั้ง ตั้งแต่ 1 สิงหาคม – 30 กันยายน 2554

3) การซื้อรถยนต์ตู้โดยสาร 6,545 คัน สำหรับ รับ-ส่ง นักเรียน ตำบลละ 1 คัน
2. การบริหารงบประมาณปี 2556

ขณะนี้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและโรงเรียนต่างก็ได้รับงบประมาณปี 2556 กันเป็นส่วนใหญ่แล้วนะครับ และก็คงกำลังบริหารงบประมาณดังกล่าวให้เป็นไปตามแผนปฏิบัติการของตนเอง ขอย้ำเรื่องงบลงทุน (สิ่งก่อสร้างและครุภัณฑ์) นิดนึงครับว่า ปีนี้รัฐบาลกำหนดมาตรการเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณมาอย่างชัดเจนว่า งบลงทุนนั้นต้องทำสัญญาจ้าง หรือซื้อแล้วแต่กรณี ให้แล้วเสร็จภายใน 31 มีนาคม 2556 มิเช่นนั้นงบประมาณดังกล่าวอาจถูกเปลี่ยนไปทำอย่างอื่น ถ้าเหตุผลของเราไม่เพียงพอ ก็รีบ ๆ กันหน่อยนะครับ สำหรับผู้ที่ได้รับการจัดสรรงบลงทุนไป


3. งบประมาณปรับปรุงซ่อมแซมระบบไฟฟ้า ปี 2556

ปี 2556 นี้ สำนักนโยบายและแผน จะเปลี่ยนแปลงแนวทางการจัดสรรงบประมาณ ค่าปรับปรุงซ่อมแซมไฟฟ้าใหม่ ที่ผ่านมา สพฐ. ให้โรงเรียนจัดทำคำของบประมาณค่าปรับปรุงซ่อมแซมไฟฟ้าผ่านสำนักงานเขต พื้นที่การศึกษาไปยัง สพฐ. ซึ่งกว่าจะเป็นคำของบประมาณดังกล่าว โรงเรียนจะต้องเสียค่าใช้จ่ายให้การไฟฟ้า เพื่อเป็นค่าประเมินและประมาณราคาค่าปรับปรุงซ่อมแซมไฟฟ้า ครั้งละ 5,000 บาท และคำของบประมาณดังกล่าวก็ได้รับการจัดสรรงบประมาณจำนวนหนึ่งเท่านั้น ก็หมายความว่าโรงเรียนที่ไม่ได้รับจัดสรรงบประมาณก็จะเสียเงินให้การไฟฟ้าไป ฟรี ๆ 5,000 บาทต่อครั้ง เพื่อให้การตอบสนองความต้องการการปรับปรุงซ่อมแซมไฟฟ้าสอดคล้องกับความต้อง การ ไม่เกิดการสูญเปล่าจากการประเมินและประมาณค่าปรับปรุงซ่อมแซมไฟฟ้าของการ ไฟฟ้า สพฐ. จะจัดสรรงบประมาณเป็นวงเงินรวมให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จากนั้น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาก็ไปพิจารณาจัดสรรให้โรงเรียนในสังกัดต่อไป ซึ่งเกณฑ์การจัดสรรที่กำหนดไว้ก็คือ ทุกเขตจะได้งบประมาณปรับปรุงซ่อมแซมไฟฟ้าขั้นต่ำ 1,000,000 บาทเท่ากันก่อน และเพิ่มเติมให้อีกตามสภาพโรงเรียนเก่า-ใหม่ที่อยู่ในสังกัด ขณะนี้กำลังเสนอจัดสรรครับ อย่างช้าต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2556 งบประมาณคงมาถึงสำนักงานเขตพื้นที่


4. เทคนิคการวางแผนและบริหารงบประมาณ

เรื่องที่จะนำเสนอต่อไปนี้เป็นเรื่องที่พี่น้องชาวแผน ต้องรู้ เพราะท่านสามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการวางแผนและบริหารงบประมาณซึ่งเป็น งานในหน้าที่ของพวกเราได้อย่างมีประสิทธิภาพ เรื่องที่ขอนำเสนอ ก็คือ

1) Strategic Planning

2) Scenario Planning

3) Costing

4) Public Management Sector Award : PMQA

5) Performance Assessment Rating Tool : PART

6) Program Evaluation and Review Technique : PERT

7) Critical Path Method : CPM
8) Project Planning and Management for the Governmental
Organization : PPMGO
9) Six sigma

10) Data Envelopment Analysis : DEA

ผมคงให้แต่หัวข้อไว้ก่อนนะครับ ส่วนรายละเอียดจะค่อยๆทยอยนำเสนอให้พี่น้องได้ทราบ

ในจดหมายฉบับต่อๆไป แต่ถ้าท่านใดที่รอไม่ไหวก็สามารถเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ต่างๆเพื่อศึกษาและนำ มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันก็ได้นะครับ ท้ายที่สุดนี้ก็ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องทุกคนมีพลังกาย พลังใจ พลังความคิดที่เข้มแข็งในการทำงานเพื่อการศึกษาขั้นพื้นฐานของเราให้มี คุณภาพสูงยิ่งๆขึ้นไป แล้วพบกันใหม่ในจดหมายเปิดผนึกฉบับที่ 3/2556 ครับ

แนวทางการประเมินโรงเรียนดี ศรีตำบล

ดาวน์โหลดฉบับเต็ม