นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
โดยได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ให้เป็นประธานพิธีเปิดในครั้งนี้ กล่าวว่า
เป็นวันหนึ่งที่รู้สึกดีใจมาก
เพราะเคยผ่านการอบรมโครงการนี้มาแล้วร่วมกับคณะผู้บริหารระดับสูงสุดของกระทรวงศึกษาธิการเป็นเวลา 3 วัน 3
คืน ระหว่างวันที่ 17-20 พฤศจิกายน
2559 โดย ร่วมกับ
CP ในการเสริมสร้างศักยภาพการทำงานเป็นทีม
และรวมพลังสร้างสรรค์ทีมงานในการพัฒนาการศึกษาทุกระดับ
ตามโครงการสานพลังประชารัฐ ด้าน การศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ
(Human Capital Development) : E5
ทั้งนี้
ได้ย้ำให้ผู้บริหารและครูที่เข้าร่วมโครงการฝึกอบรมในครั้งนี้ทั้ง
20 โรงเรียน ให้น้อมนำแนวพระราชดำริ
และพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ใส่เกล้าฯ
เป็นแนวทางในการปฏิบัติ
นอกจาก นี้
สพฐ. จะดำเนินการตาม
แผนยุทธศาสตร์ชาติ
ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) โดยมียุทธศาสตร์ด้านการศึกษาที่จะดำเนินการ
6 ด้าน คือ 1) ความมั่นคง 2)
การสร้างความสามารถในการแข่งขัน 3) การลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ 4)
การสร้างโอกาสความเสมอภาคและการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม 5)
การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 6)
การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ
2)
การสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (Competitiveness
Enhancement) สิ่งสำคัญที่ สพฐ.ต้องเร่งดำเนินการคือ
"เส้นทางชีวิตของนักเรียน"
โดยครูและผู้บริหารต้องคิดว่านักเรียนเปรียบเสมือนเป็นลูกของเรา
ต้องเริ่มต้นสร้าง เส้นทางชีวิตสำหรับนักเรียนให้ได้
โครงการนี้ สพฐ.จะกำหนดออกมาใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล คือ
นอกจากเรียนเก่งแล้ว ต้องมีอาชีพ มีงานทำด้วย
จึงฝากผู้บริหารและครูประจำชั้นช่วยกันสร้างกิจกรรมและแรงบันดาลใจให้เกิดขึ้นกับเด็ก
เพื่อส่งต่อเด็กตั้งแต่ชั้น ป.1
เป็นต้นไปอย่างต่อเนื่องจนจบการศึกษาตามเส้นทางชีวิตของแต่ละคน
นอกจากนี้ เรื่องทวิภาคีและทวิศึกษา
ก็ดำเนินการร่วมกับภาคเอกชน ภาคประชาสังคม โดยเฉพาะ
CP ที่เข้ามาร่วมมือกับ สพฐ. หลายเรื่อง เช่น
การให้นักเรียนไปฝึกงานในร้านสะดวกซื้อ ซึ่งนอกจากจะมีรายได้แล้ว
สิ่งสำคัญที่เคยได้รับฟังจากเด็กที่ไปฝึกงานคือ "ได้เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น"
กล่าวคือ เมื่อหาเงินมาได้เอง ต้องใช้เงินอย่างคุ้มค่า
และการไปฝึกงานช่วยสร้างความรับผิดชอบทั้งระบบให้เกิดขึ้นในตัวเด็ก
นอกจากนี้
ในเรื่องของภาษาต่างประเทศ
ก็เป็นเรื่องสำคัญต่อการส่งเสริมให้คนไทยมีความสามารถในการแข่งขันกับนานาประเทศได้
เช่น การส่งเสริมทักษะการสื่อสารด้านภาษาอังกฤษ
การสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดขึ้นในการเรียนภาษาอังกฤษ ฯลฯ
3)
การลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource
Development) เป็นอีกเรื่องที่สำคัญมาก ซึ่ง สพฐ.
จะเน้นการเสริมสร้างศักยภาพเด็กให้เกิดขึ้นตามช่วงวัย โดย สพฐ.จะเริ่มต้นตั้งแต่หัวจนท้าย
กล่าวคือจะจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาล 1-3
เช่นเดียวกับภาคเอกชนซึ่งดำเนินการมาก่อนแล้ว จนกระทั่งเด็กจบชั้น ม.6
รวมไปถึงการศึกษาเพื่อคนสูงวัยด้วย ดังนั้น
การดูแลพัฒนาตั้งแต่เด็กอนุบาล 1 ขึ้นไป
จะทำให้ สพฐ. ดูแลพัฒนาเด็กได้อย่างต่อเนื่อง
ส่วนประเด็นการยกระดับคุณภาพการศึกษา เช่น การยกระดับผลสอบ
O-NET ให้สูงขึ้น สพฐ.จะเร่งดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
ควบคู่ไปกับการสร้างให้เด็กมีอาชีพ มีงานทำ
4)
การสร้างโอกาสความเสมอภาคและการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม (Social
Equality)
การจัดการศึกษาในเขตพื้นที่สูงจังหวัดชายแดนภาคเหนือ (ชายขอบ)
หรือการจัดการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถือเป็นเป้าหมายสำคัญของ
สพฐ. เพราะมีความเหลื่อมล้ำทางการศึกษามาก
โดยโครงการสำคัญที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการให้ดำเนินการ คือ
การจัดหา "ผู้ช่วยสอน หรือติวเตอร์ Tutor)"
ที่เก่งที่สุดและมีชื่อเสียงระดับประเทศในหลากหลายวิชา เช่น ครูอุ๊
เข้ามาช่วยบันทึกลงแผ่น CD
เพื่อสำเนาให้โรงเรียนต่าง ๆ ทั่วประเทศนำไปช่วยสอนให้แก่เด็ก
รวมทั้งปรับพื้นฐานเด็กที่เรียนอ่อนให้มีความรู้พร้อมที่จะเรียนอย่างเข้มต่อไป
และพื้นที่ใดที่ขาดแคลนครูผู้สอน หรือครูไม่ครบทุกวิชาเอกในโรงเรียน
ก็จะใช้ CD เป็นตัวขับเคลื่อนได้อีกด้วย
ซึ่งจะทำให้เด็กมีความเพลิดเพลินในการเรียนการสอนกับครูที่เก่ง ๆ
ในขณะเดียวกัน
ครูผู้สอนในแต่ละโรงเรียนก็จะได้เทคนิควิธีการจากครูที่เก่ง ๆ เหล่านี้
ถือเป็นตัวอย่างโครงการที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้อีกแนวทางหนึ่ง
5)
การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green
Growth) มีหลายโครงการที่สำคัญ เช่น โครงการเศรษฐกิจพอเพียง
นโยบายโรงเรียนคุณธรรม เป็นต้น ซึ่งโรงเรียน
สพฐ. จะเป็นรากฐานในการส่งเสริมและปลูกฝังให้นักเรียนได้เรียนรู้
มีความเข้าใจ และตระหนักในการรักษาสิ่งแวดล้อม
6)
การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ (Rebalancing
and Public Sector Development)
สพฐ.มีความร่วมมือกับภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ในหลายโครงการ
หนึ่งในโครงการที่สำคัญคือ "สานพลังประชารัฐ"
ซึ่งภาคเอกชนได้เข้ามาช่วยสนับสนุนสื่อต่าง ๆ มีทีมงานร่วมคิด ร่วมวางแผน
และร่วมทำงานกับ สพฐ. ที่สำคัญโครงการอบรมครั้งนี้
ก็เป็นส่วนหนึ่งของโครงการสานพลังประชารัฐ
ด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ
ซึ่งเป็นการพัฒนาผู้นำเพื่อการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน CONNEXT ED (Leadership
Program for Sustainable Education)
นอกจาก ยุทธศาสตร์ชาติ
ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ซึ่ง สพฐ.ได้กำหนดแผนงานโครงการไว้แล้ว
มีโครงการที่สำคัญอื่น ๆ ตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ
ที่ต้องเร่งดำเนินการในปีงบประมาณนี้ คือ
โครงการพัฒนาโรงเรียนที่ต้องการความช่วยเหลือและพัฒนาเป็นพิเศษอย่างเร่งด่วน
หรือโรงเรียน ICU (Intensive Care Unit)
ซึ่งถือเป็นนโยบายที่ดีมาก สพฐ. ต้องกลับมาพิจารณาว่า
วิกฤตของการเป็นโรงเรียน ICU มีเรื่องอะไรบ้าง
ในขณะเดียวกันผู้บริหารสถานศึกษาก็ต้องกลับไปมองโรงเรียนตนเองด้วยว่าโรงเรียนของเราเข้าขั้น
ICU จริงหรือไม่
และโรงเรียนที่เข้าร่วมการอบรมครั้งนี้ทั้ง 20
โรงเรียน ก็ต้องช่วยคิดวิเคราะห์แนวทางการพัฒนาโรงเรียน
ICU ให้มีความเข้มข้น
เพื่อให้โรงเรียนเหล่านั้นหลุดจากโครงการ ICU
เพื่อพักฟื้นต่อไปด้วย
อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญ
คือ ต้องการให้มีการอบรม "ผู้นำการตลาด"
โดยมุ่งหวังให้ผู้บริหารสถานศึกษาและครูได้เข้าใจการประชาสัมพันธ์โรงเรียนของตนเองว่า
ได้จัดการศึกษาในเรื่องต่าง ๆ แล้วส่งผลดีต่อชุมชนอย่างไรบ้าง
ซึ่งโรงเรียนที่ดี ๆ จำนวนมากส่วนใหญ่ไม่ได้แบมือขอเงินจากรัฐบาลเท่านั้น
แต่ได้ทำงานร่วมกับภาคเอกชนหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ซึ่งหน่วยงานเหล่านี้มีความพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือโรงเรียนอยู่แล้ว
เพียงแต่หากเราไม่เดินเข้าไปหา ก็จะไม่ได้รับความช่วยเหลือ
จึงฝากประเด็นการเป็นนักการตลาด
เพราะการตลาดในความหมายนี้ก็ทำเพื่อลูกหลานของเราทั้งสิ้น
อีกประเด็นที่เป็นปัญหาวิกฤตในบ้านเมืองของเราในเวลานี้ คือ
"การไม่เคารพกฎจราจร"
ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการก็ต้องการให้ สพฐ.
เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหานี้ นอกเหนือไปจากหน่วยงานอื่น ๆ
ที่ดำเนินการอยู่แล้ว เนื่องจากสถิติการเกิดอุบัติเหตุในบ้านเราสูงมาก
ส่งผลให้มีคนเจ็บคนตายจำนวนมากมายในแต่ละปี
คณะรัฐมนตรีจึงมอบกระทรวงศึกษาธิการช่วยแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ด้วย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงเรียนต้องจัดกิจกรรมและการเรียนการสอน
เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับกฎจราจร
ให้เด็กซึมซับการมีวินัยจราจรตั้งแต่เด็ก
สามารถช่วยเตือนพ่อแม่ผู้ปกครองได้หากขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด
เพราะการไม่เคารพกฎจราจร นอกจากจะส่งผลกระทบต่อตนเองแล้ว
ยังส่งผลกระทบต่อคนรอบข้างอีกด้วย
ด้านการใช้จ่ายงบประมาณ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการต้องการให้ สพฐ.
ใช้จ่ายเงินทุกบาทให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด เช่น
การฝึกอบรมจะต้องตรงกับความต้องการของครู
และสอดคล้องแต่ละสภาพพื้นที่อย่างแท้จริง ดังนั้น
โครงการฝึกอบรมประชุมสัมมนาต่าง ๆ ที่ได้วางแผนล่วงหน้าไว้แล้ว
คงจะต้องรอก่อน เพื่อจัดให้มี Focus Group
รับฟังความต้องการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่ให้เสร็จสิ้นภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้เสียก่อน
ซึ่งถือเป็นแนวทางที่ C.P.Group ใช้ฝึกอบรมพัฒนาผู้นำในองค์กร โดยเริ่มจากการคัดเลือกผู้นำจากแต่ละฝ่ายมาร่วมทำโครงการเป็นทีม ให้แต่ละทีมได้ลงมือทำโครงการที่คิดขึ้นจริงเป็นเวลา 6 เดือน หรือ 9 เดือน และระหว่างทำโครงการจะมีการประเมินผลจากเจ้าของโครงการ (Project Owner: ผู้ให้ความรู้ความเข้าใจกับทีม) กับผู้สนับสนุนโครงการ (Project Sponsor: เปรียบเสมือนโค้ชบุกเบิกทางให้ทีม) รวมทั้งการประเมินจากสมาชิกภายในทีม
นายศุภชัย เจียรวนนท์
กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
กล่าวถึงโครงการนี้ เมื่อ 16 ธันวาคม
2559
|










