Thursday, August 22, 2013

แก้อ่านไม่ออก-เขียนไม่ได้เหลือ0 ภายในเทอม2ปีนี้ "จาตุรนต์"สั่งด่วน/เน้นประเมินเข้มข้นป.3,6


“จตุรงค์" สั่งฟ้าแลบ แก้ปัญหาเด็กประถมอ่านไม่ออก-เขียนไม่ได้ ตีความไม่เป็นเร่งด่วน ให้เหลือ 0 ภายในเทอม 2/2556 มอบ สพฐ.คิดระบบประเมินและคู่มือครู เน้นประเมินเข้มข้นในชั้น ป.3 และ ป.6 ส่วน ป.2, ป.4 และ ป.5 ให้ประเมินขั้นต้น

          นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) พร้อมด้วยนายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) และนางเบญจลักษณ์ น้ำฟ้า รองเลขาธิการ กพฐ. แถลงข่าว “การเรียนการสอนวิชาภาษาไทยของประเทศ” โดยนายจาตุรนต์กล่าวว่า ปัจจุบันภาวการณ์อ่านออก-เขียนได้ ผลสัมฤทธิ์วิชาภาษาไทย และทักษะเพื่อการสื่อสารภาษาไทยยังไม่เป็นที่น่าพอใจ โดยเฉพาะนักเรียนระดับประถมศึกษา ถึงแม้ผลการทดสอบที่ผ่านมาจะชี้ว่าบางทักษะของใช้ภาษาไทยจะดีขึ้นตามลำดับ ทั้งนี้ ตนมองว่าวิชาภาษาไทยเป็นพื้นฐานสำคัญในการเรียนวิชาอื่นให้ประสบความสำเร็จ รวมถึงเพิ่มผลสัมฤทธิ์การประเมินผลนักเรียนนานาชาติ (PISA) ในอนาคต จึงกำหนดนโยบายเร่งด่วนจะลดปัญหาการอ่านออก-เขียนไม่ได้ และไม่เข้าใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาให้เหลือศูนย์ภายในภาคเรียนที่ 2/2556

          เบื้องต้นโครงการดังกล่าวจะมอบให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไปคิดให้เป็นระบบ ทั้งคิดหาเครื่องมือประเมินและคู่มือแนะนำครู ผ่านการสอบถามความเห็นระหว่างเขตพื้นที่ฯ โรงเรียน ผู้ปกครอง และผู้ที่เกี่ยวข้อง จากนั้นในต้นเดือน ก.ย.นี้จะเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการต่อไป ส่วนหลักการที่ตนมอบให้ สพฐ.นั้น ได้แก่ ให้เริ่มสำรวจด้วยการประเมินผลนักเรียนสังกัด สพฐ.แบบเข้มในชั้น ป.3 และ ป.6 ทุกคน เพื่อคัดกรองหาเด็กกลุ่มอ่อนนำมาพัฒนาให้สามารถอ่านออก-เขียนได้ สื่อสารเข้าใจภายในปีการศึกษา 2556 นี้ ส่วนนักเรียนชั้น ป.2, ป.4 และ ป.5 จะใช้การประเมินขั้นต้น เพื่อสำรวจหาเด็กอ่อนมากๆ นำมาพัฒนา

“แนวทางพัฒนาภาษาไทยให้กับผู้เรียนอาจมีหลายแบบ ที่ผ่านมาก็มีหลายโรงเรียนใช้นวัตกรรมของตัวเองจนประสบความสำเร็จ เช่น การเรียนพิเศษเพิ่มเติม การจัดห้องเรียนใหม่ด้วยการนำเด็กอ่อนมารวมกลุ่มกัน เน้นหนักวิชาภาษาไทย ลดน้ำหนักวิชาอื่น ซึ่งหากผู้เรียนสามารถอ่านออก-เขียนได้ สื่อสารเข้าใจแล้ว ก็ค่อยย้ายกลับห้องเรียนเดิม อย่างไรก็ดี การดำเนินการเรื่องดังกล่าวจะต้องสื่อสารให้ผู้ปกครองเข้าใจ ว่าวิชาภาษาไทยจะเป็นบันไดขั้นแรกในการเรียนวิชาอื่นๆ ให้ดีได้ และสามารถยกผลสัมฤทธิ์ได้ในอนาคต” นายจาตุรนต์กล่าว

          นายชินภัทรกล่าวว่า ที่ผ่านมาเขตพื้นที่ฯ กับโรงเรียนจะสแกนหาเด็กอ่อนภาษาไทยอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้มีส่วนกลางเข้าไปร่วมด้วยในการทำเครื่องมือประเมินผู้เรียน จากนั้นจะให้เขตพื้นที่ฯ ไปเผยแพร่ต่อ ทั้งนี้ ก็ขอให้ผู้ปกครองได้มีส่วนร่วมในการแสดงความเห็นเพื่อเป็นข้อมูลให้ สพฐ.ติดตามปัญหาดังกล่าวต่อไป

          นางเบญลักษณ์กล่าว  ถึงเครื่องมือประเมินผลว่า จะเป็นแบบทดสอบให้เด็กได้อ่านให้ครูฟัง อย่างเด็ก ป.3 ต้องอ่านให้ได้ในระดับของ ป.3 ขณะที่ครูก็จะประเมินผลตามคู่มือที่ สพฐ.ให้เขตพื้นที่ฯ ไป ส่วน ป.6 ก็เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม คิดว่าเครื่องมือประเมินผลและคู่มือครูจะสามารถจัดทำได้เสร็จสิ้นภายในปลาย เดือน ส.ค.นี้.

No comments:

Post a Comment