ศธ.ปฏิวัติระบบวิทยฐานะใหม่ของประเทศ
โดยนำพระราชกระแสฯด้านการศึกษา ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาใช้เป็นแนวทาง
คาดประกาศใช้ใน 3 เดือน (พ.ค.2560)
นพ.ธีระเกียรติ
เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
เปิดเผยว่า กระทรวงศึกษาธิการ เตรียมปฏิวัติระบบวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาใหม่
โดย น้อมนำพระราชกระแสฯ
ด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มาใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุง แก้ไขหลักเกณฑ์การได้มาของวิทยฐานะ
ซึ่งจะไม่เน้นจัดทำเอกสารผลงานวิชาการจำนวนมาก แต่เน้นระบบตอบแทนให้ ครูที่มุ่งการสอนหนังสือ
มีการประเมินทั้งคุณภาพและปริมาณการสอน โดยทดลองใช้และรับฟังความเห็น ก่อนประกาศใช้ภายใน 3
เดือนนี้ (หรือภายในเดือนพฤษภาคม 2560)
การประชุมครั้งนี้
ได้ร่วมพิจารณาแนวทางการ แก้ไขหลักเกณฑ์การได้มาของวิทยฐานะ
โดยนำพระราชกระแสฯ ด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มาใช้เป็นแนวทาง ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบให้แก้ไข หลักเกณฑ์การได้มาของวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาใหม่ให้เสร็จสิ้นและประกาศใช้หลักเกณฑ์ใหม่ภายใน
3 เดือน
โดยหลักเกณฑ์ใหม่จะไม่มีการจัดทำด้วยเอกสารผลงานทางวิชาการจำนวนมาก
แต่จะเป็นระบบที่ยุติธรรมสำหรับครู ทั้งด้านปริมาณและคุณภาพในการสอน โดยใช้แฟ้มสะสมผลงานอิเล็กทรอนิกส์ (e-Portfolio)
เป็นตัวนำ
โดยครูทุกคนทั้งประเทศจะมี ID และ
Password สำหรับใช้ในการ
Login เข้าไปบันทึกข้อมูลส่วนบุคคลด้วยตนเอง
ว่าสอนกี่ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ผ่านการอบรมอะไรบ้าง
ซึ่งผู้บริหารสถานศึกษาจะเป็นผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริง
และความรับผิดชอบในการประเมินทั้งหมดจะจบที่สถานศึกษาหรือจังหวัดนั้น ๆ
โดยไม่ต้องเสนอให้ส่วนกลางหรือ ก.ค.ศ.พิจารณา
แต่ก็จะมีมาตรการควบคุมความรับผิดชอบของครูหรือผู้บริหารสถานศึกษา
หากมีการฮั้วหรือรายงานเท็จ จะมีความผิดตามมาตรา 157
แห่งประมวลกฎหมายอาญาด้วย
ถือเป็นการปฏิวัติระบบวิทยฐานะใหม่ของประเทศ
ทั้งนี้
ในช่วง 3 เดือน ก่อนที่จะประกาศใช้หลักเกณฑ์ประเมินวิทยฐานะใหม่
ขอให้สำนักงาน ก.ค.ศ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้จัดให้มี
Focus Group เพื่อรับฟังความเห็นว่า
ระบบใหม่ขาดตกบกพร่องอย่างไรบ้าง ก่อนที่จะประกาศใช้จริง
จากการประชุมครั้งนี้
ทำให้รับทราบข้อมูลด้วยว่า มีข้าราชการครูจำนวนมากที่ไม่มีวิทยฐานะ
แยกเป็นข้าราชการครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
จำนวน 33,190 คน
หรือประมาณร้อยละ 10 ของครู สพฐ.ทั้งหมด
ส่วนข้าราชการครูสังกัดสำนักงาน กศน. มีจำนวน 431
คน หรือประมาณร้อยละ 20
และข้าราชการครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)
ที่ยังไม่มีวิทยฐานะ รวม 4,198 คน หรือร้อยละ
30
สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากครูไม่มีเวลาทำผลงานทางวิชาการ
และต้องเสียเวลาในการจัดทำเอกสารผลงานทางวิชาการจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม
ครูที่ขอรับการประเมินเพื่อเลื่อนวิทยฐานะจากเชี่ยวชาญเป็นเชี่ยวชาญพิเศษนั้น
ยังคงจำเป็นต้องใช้หลักเกณฑ์เดิมคือ เน้นการจัดทำผลงานการวิจัย
พร้อมทั้ง จะนำระบบ IT
เข้ามาช่วยบันทึกรวบรวมข้อมูลของครูทุกคน
เพื่อไม่ให้ครูต้องยุ่งยากในการจัดทำเอกสารหลักฐานอีก
และในระหว่างนี้จะมีการรับฟัง ประชาพิจารณ์หลักเกณฑ์ประเมินวิทยฐานะแนวใหม่
รวมทั้งเตรียมการจัดทำระบบ IT เพื่อรองรับ
e- Portfolio
และทดลองใช้ให้มั่นใจ
ก่อนจะประกาศใช้หลักเกณฑ์ใหม่นี้ ภายใน 3 เดือน


No comments:
Post a Comment