Wednesday, November 30, 2016

ทำไม่ประเทศฟินแลนด์ยกเลิกเรียนวิชา คณิตศาสตร์ วิทย์ศาสตร์ ประวัติศาสตร์ !

ระบบการศึกษาของฟินแลนด์ ถือเป็นหนึ่งในระบบการศึกษาที่ดีที่สุดของโลก และมักจะติด 1 ใน 10 ของการจัดอันดับจากนานาชาติอยู่เสมอ แต่ถึงอย่างนั้น พวกเขาก็ยังไม่หยุดที่จะพัฒนาระบบการศึกษาของพวกเขาต่อไป จนกระทั่งล่าสุด ฟินแลนด์ตัดสินใจที่จะปฏิวัติระบบการศึกษาใหม่อีกครั้งอย่างแท้จริง










สิ่งแรกของระบบการศึกษาใหม่นี้ คือการยกเลิกการสอนแบบรายวิชา ที่สอนในโรงเรียนแบบเดิมออกจากหลักสูตรทั้งหมด ต่อไปนี้จะไม่มีวิชาอย่าง คณิตศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ วรรณคดี ฟิสิกส์ เป็นต้น
 
 

มาร์โก คิลโลเนน ผู้อำนวยการกรมสามัญศึกษาในเฮลซิงกิ อธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ว่า
“มีโรงเรียนมากมายที่ยังสอนแฟชั่นสมัยเก่า ซึ่งมันมีประโยชน์ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 แต่มันไม่จำเป็นสำหรับตอนนี้ เราต้องการบางสิ่งที่เหมาะกับศตวรรษที่ 21”


แทนที่นักเรียนจะต้องศึกษาเหตุการณ์ในอดีต อย่างสงครามโลกครั้งที่สอง การเรียนเรื่องภูมิศาสตร์และคณิตศาสตร์ พวกเขาอาจได้ศึกษาวิชา “การทำงานในคาเฟ่” ซึ่งจะได้ซึมซับความรู้เกี่ยวกับภาษาอังกฤษ ระบบเศรษฐศาสตร์ รวมไปถึงทักษะทางการสื่อสารอีกด้วย


สำหรับระบบนี้จะเริ่มปรับใช้สำหรับเด็กโตที่ มีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป แนวคิดของระบบการศึกษาใหม่นี้ คือการที่นักเรียนควรจะได้เรียนในสิ่งที่พวกเขาต้องการเรียนจริงๆ เราต้องคำนึงถึงความทะเยอทะยานของพวกเขา เพื่ออนาคตและความสามารถของตัวเด็กเอง ด้วยแนวคิดนี้จะทำให้พวกเขาไม่ต้องเรียนคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี แล้วทุกครั้งก็จะมีเด็กตั้งคำถามว่า “ทำไมกูต้องมาเรียนเรื่องพวกนี้ด้วยวะ?”


นอกจากนั้น รูปแบบการเรียนการสอนแบบเดิมๆ ที่นักเรียนนั่งอยู่หลังโต๊ะนักเรียน และรอที่จะให้ครูเรียกตอบคำถามจะหมดไป แต่ทั้งครูและนักเรียนจะร่วมกันทำงานเป็นกลุ่มเล็กๆ เพื่อถกเถียงปัญหาต่างๆ ได้อย่างใกล้ชิดมากขึ้น

ระบบการ ศึกษาใหม่นี้ จะกระตุ้นให้เกิดการทำงานร่วมกัน และนั่นจะส่งผลกระทบต่อการสอนของคุณครูทั้งหมด ทางโรงเรียนจะต้องมีการจัดการที่ดี ระหว่างคุณครูและหัวข้อวิชาต่างๆ ซึ่งตอนนี้มีคุณครูราว 70% ในเฮลซิงกิ เตรียมพร้อมที่ดำเนินการเรียนการสอนแบบใหม่นี้ โดยที่ทางรัฐบาลก็จะมีผลตอบแทนให้กับคุณครูที่มากขึ้นเช่นกัน
สำหรับระบบการศึกษาใหม่ คาดว่าจะมีการปรับใช้ในฟินแลนด์เรียบร้อยสมบูรณ์ราวปี 2020 แล้วคุณล่ะ มีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับระบบการศึกษาแบบนี้บ้าง ?
Credit  petmaya

Read more http://www.unigang.com/Article/40829

No comments:

Post a Comment